2. Future Continuous Tense (อนาคตกำลังกระทำ)
ณพวัสส์ ธัมพิพิธ (2550 : 330) ได้กล่าวถึงโครงสร้างของ Future Continuous Tense ไว้ คือ S + will + be + Verb 1 เติม ing + …..
หลักการใช้ Future Continuous Tense มีดังนี้
1) แสดงเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคตที่ถูกระบุแน่นอน หรือใช้
กับอนาคตอันใกล้
This time tomorrow I shall be flying to New York.
พรุ่งนี้เวลาเดียวกันนี้ ผม (คง) จะกำลังบินไปนครนิวยอร์ค
She will be sleeping at seven o’clock tomorrow morning.
หล่อน (คง) จะกำลังนอนหลับอยู่ เวลา 7 นาฬิกา ของเช้าวันพรุ่งนี้
I’ll be meeting him tomorrow/next week.
ฉันจะไปหาเขาในวันพรุ่งนี้/สัปดาห์หน้า
When we get back home tomorrow, she’ll be cooking our dinner.
เมื่อพวกเราถึงบ้านในวันพรุ่งนี้ เธอจะกำลังทำอาหารเย็นให้พวกเรา
She will be writing a letter at 8.00 p.m. tomorrow.
เธอจะเขียนจดหมายอยู่ เวลาสองทุ่มวันพรุ่งนี้
(ประโยคนี้หมายความว่า เมื่อถึงวันเวลาดังกล่าว เราก็จะเห็นเหตุการณ์นั้นกำลังกระทำอยู่จริง)
Don’t call him at 7.00 o’clock, he will be having dinner.
(กรุณา) อย่าโทรศัพท์หาเขา เวลาหนึ่งทุ่ม (เพราะ) เขากำลังทานอาหารเย็นอยู่
(ประโยคนี้ หมายความว่า เมื่อถึงเวลา-วันดังกล่าว เหตุการณ์นั้นก็จะกำลังดำเนินอยู่จริงเช่นเดียวกับประโยคแรก)
My children will be swimming in the pool at 5 p.m. on Sunday.
ลูก ๆ ของผมกำลังว่ายน้ำอยู่ในสระว่ายน้ำแห่งนั้น เวลาห้าโมงเย็น ในวันอาทิตย์นี้
(ประโยคนี้ หมายความว่า เมื่อถึงวัน-เวลาดังกล่าว เราจะเห็นเหตุการณ์นั้นกำลังดำเนินอยู่จริง คือ เห็นพวกเขากำลังว่ายน้ำอยู่จริงๆ)
They will be studying English in the language school on the 4 th of next month.
พวกเขาจะกำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งนั้น ในวันที่ 4 เดือนหน้า
หมายเหตุ Future Continuous Tense นี้จะไม่ค่อยพูดในสถานการณ์จริง แต่จะใช้เขียนใน
ลักษณะที่เป็นทางการมากกว่า ดังนั้น เราจึงพบอยู่เสมอว่า เจ้าของภาษามักจะใช้
Future simple (อนาคตธรรมดา) พูดติดต่อสื่อสารกันโดยทั่วไป
ประเภท Yes/No-Question เช่น
Will you be working at this time tomorrow?
คุณจะทำงานอยู่ ณ เวลานี้ วันพรุ่งนี้ใช่ไหม
Will she be sleeping when I call her at 11.00 o’clock tonight?
คุณจะนอนหลับอยู่ใช่ไหม ตอนที่ผมโทรหาเธอหาเธอ เวลา 5 ทุ่มคืนนี้
Will you be having lunch at 12.00 o’clock on Friday.
คุณจะทานอาหารกลางวันอยู่ใช่ไหม ตอนเที่ยงวันศุกร์นี้ เป็นต้น
ประเภท Wh-Question เช่น
What will you be doing at this time tomorrow?
คุณจะทำอะไรอยู่ ณ เวลานี้ วันพรุ่งนี้ ใช่ไหม
What will he be doing at 9 a.m. next Sunday?
เขาจะทำอะไรอยู่ ณ เวลานี้ วันอาทิตย์หน้า
What will she be doing when you get home from work tomorrow?
เธอจะทำอะไรอยู่ เมื่อคุณกลับจากทำงาน วันพรุ่งนี้
2) แสดงเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่ได้ตั้งใจมาก่อน (ใช้แทน Future simple tense ที่อยู่
ในรูปของ shall) ซึ่งแตกต่างจาก Present Continuous Tense ที่แสดงเหตุการณ์ในอนาคตที่ได้เตรียมการไว้แล้ว เช่น
I’ll be seeing Sorakrit tomorrow.
(= I shall see Sorakrit tomorrow.)
ฉันจะเจอสรกฤตวันพรุ่งนี้ (เจอกันเป็นปกติทุกวันอยู่แล้ว)
I’m seeing Sorakrit tomorrow.
ฉันตั้งใจจะไปหาสรกฤตวันพรุ่งนี้ (ตั้งใจนัดเจอกัน)
I’ll see Sorakrit tomorrow.
ฉันตั้งใจจะไปหาสรกฤตวันพรุ่งนี้ (ไปโดยไม่นัด ทำให้เขาแปลกใจ)
3) ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามปกติ ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต หรือเกิดขึ้นโดยอาศัย
สภาวะภายนอก เช่น
We will be serving dinner in half an hour.
เราเสิร์ฟอาหารเย็นในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า
(เป็นเวลาที่จะเสิร์ฟอาหารเย็นตามปกติ)
We’re serving dinner in half an hour.
เราจะเสิร์ฟอาหารเย็นในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า
(ทุกอย่างได้ถูกจัดและตระเตรียมไว้แล้ว)
He’ll be staying in town till Saturday.
เขาจะอยู่ในเมืองจนถึงวันเสาร์
(เพราะเขาจะต้องทำงาน)
He’s staying in town till Saturday.
เขาจะอยู่ในเมืองจนถึงวันเสาร์
(เขาได้เตรียมการไว้ว่าจะพัก บางทีอาจเป็นเพราะว่าเขาต้องการ)
ประเภท Yes/No-Question เช่น
Will he be eating in the hotel?
เขาจะทานอาหารในโรงแรมใช่ไหม
Will Prasit be going with you?
ประสิทธิ์จะไปกับคุณใช่ไหม
Will you be seeing Wiyada tomorrow night?
คุณจะไปหาวิยาดาคืนพรุ่งนี้ใช่ไหม
ประเภท Wh-Question เช่น
What will you be having for dinner tonight?
คุณจะทานอะไรสำหรับอาหารเย็นคืนนี้
Where will you be going for th e weekend?
คุณจะไปไหนสำหรับเสาร์-อาทิตย์นี้
When will you be having lunch?
คุณจะทานอาหารกลางวันเมื่อไร
How many more years will she be studying English?
เธอจะเรียนภาษาอังกฤษอีกกี่ปี
ที่มา
ที่มา
ณพวัสส์ ธัมพิพิธ. (2550). ไวยากรณ์อังกฤษ อย่าคิดว่ายาก. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ :
จุลาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.